ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวมากด้วยสภาพแวดล้อม

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวมากด้วยสภาพแวดล้อม สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและหลากหลาย มีทั้งแบบเชิงธรรมชาติอย่างทะเล ภูเขา น้ำตก เชิงศิลปวัฒนธรรมที่มีทั้งวัดวาอาราม พระราชวัง โบราณสถานต่าง ๆ รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ตอบสนองวิถีชีวิต คนเมือง อย่างบรรดาแหล่งช็อปปิ้ง สถานบันเทิง สปา เป็นต้น ประกอบกับการบริการที่เป็นมิตร เอกลักษณ์ของคนไทยที่มีความอ่อนโยนทำให้ชาวต่างชาติประทับใจ โรงแรม รีสอร์ตไทยหลาย ๆ แห่งก็มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้งค่าครองชีพที่หากเทียบกับประเทศอื่นแล้วถือว่าไม่สูงมากนัก และยังมีระบบการสื่อสารและสาธารณูปโภคที่ค่อนข้างมีความพร้อม หากเทียบกับประเทศใกล้เคียง จึงทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ของ GDP ของประเทศเลยทีเดียว องค์การการท่องเที่ยวโลก ได้คาดการณ์ว่า ในอีก 8 ปีข้างหน้า ค.ศ. 2020 จะมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 1,600 ล้านคน โดยเป็นนักท่องเที่ยวแถบเอเชียแปซิฟิกถึง 400 ล้านคน ในจำนวนนั้นส่วนหนึ่งเป็นนักท่องเที่ยวในอาเซียนประมาณ 160-200 ล้านคน

แสดงให้เห็นว่าการท่องเที่ยวในแถบอาเซียนยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีกมาก ประเทศสมาชิกอาเซียนหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศแถบอาเซียนมากขึ้น และยังเป็นการรองรับการก้าวเข้าไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2558 ที่จะถึงนี้อีกด้วย ซึ่งการก้าวเข้าไปสู่การเป็น AEC อย่างเต็มรูปแบบนี้จะมีการเปิดเสรีในหลายด้านรวมไปถึงเรื่องการท่องเที่ยวด้วยการเปิดเสรีดังกล่าวจะส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านธุรกิจการท่องเที่ยวไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่มีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต ดังนั้นผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งพัฒนาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะอยู่รอดในภาวะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีแนวโน้มว่าจะมีการแข่งขันสูงต่อไปจุดอ่อนประการแรกของคนไทยที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ทักษะด้านภาษาต่างประเทศบุคลากรในภาคการท่องเที่ยวของไทยนั้น หลาย ๆ คนยังใช้ภาษาที่ 2 อย่างภาษาอังกฤษในการสื่อสารได้ไม่คล่อง ทั้งนี้ไม่ต้องพูดถึงภาษาที่ 3 บุคลากรในที่นี้รวมไปถึงแม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย ฯลฯ ซึ่งแม้ในการทำงานจะไม่ต้องสื่อสารกับนักท่องเที่ยวมากนัก แต่อาจมีบางสถานการณ์ที่ต้องสื่อสารกับนักท่องเที่ยว

Posted in ธุรกิจ | Comments Off

ธุรกิจทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยที่มีการขยายตัวมากขึ้น

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมีการขยายตัวอย่างมาก โดยในปี พ.ศ. 2554 มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่ประเทศไทยจำนวน 19,230,470 คน โดยเป็นนักท่องเที่ยวในเขตภูมิภาคอาเซียนประมาณ 5.7 ล้านคนและจากการจัดอันดับความสามารถด้านการแข่งขันและการท่องเที่ยวของ World Economic Forum (WEF) ปี 2554 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 41 จาก 139 ประเทศทั่วโลก และอันดับ 10 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นอกจากนั้นประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีการจัดประชุมนานาชาติด้านการท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคอาเซียนรองจากประเทศสิงค์โปร์และมาเลเซีย ตามลำดับ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวจะชี้ให้เห็นว่า ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากสินค้าท่องเที่ยวของไทยมีความโดดเด่น ทั้งในด้านความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม มาตรฐานในระดับสากลของโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เอกลักษณ์ทางด้านอาหารและการให้บริการ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยกลายเป็นหนึ่งในรายการที่คู่เจรจาของไทยให้ความสนใจ

การสำรวจสถานภาพพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2554 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 60,023 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 17.6 ของมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยรวมทั้งประเทศ ซึ่งมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ประกอบกับปัจจุบันการท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญมากในระบบเศรษฐกิจโลก เพราะคิดเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของภาคค้าบริการรวมของโลก และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการสร้างรายได้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้กับประเทศเป็นมูลค่ามหาศาล รวมถึงช่วยเพิ่มการจ้างงาน นอกจากนี้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังได้รับ การจัดอันดับให้อยู่ในระดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะผลักดันส่งเสริมธุรกิจในรูปแบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ให้มี ความเข้มแข็งสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการในต่างประเทศได้

ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยจำนวนมากให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจในรูปแบบการตลาดออนไลน์ โดยมีจำนวนมากถึงร้อยละ 81 ของผู้ประกอบการทั้งหมด เนื่องจากเล็งเห็นว่าการทำธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวนั้นเป็นการช่วยเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและบริการ และช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเมื่อมีการเปิดเสรีทางการบริการด้านการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการเปิดเสรีการบริการด้านการท่องเที่ยวของ AEC นั้นอาจจะเป็นอุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะประสบปัญหาเกี่ยวกับแนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อาเซียนก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ขององค์การท่องเที่ยวโลก และยังเป็นแรงดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้ภาคการท่องเที่ยวไทยมีแนวโน้มขยายตัวสูงขึ้น

Posted in ธุรกิจ | Comments Off

การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศไทยเป็นอย่างมากและยังช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ตลาดการท่องเที่ยวในปัจจุบันได้มีการแข่งขันอย่างรุนแรงทำให้ประเทศไทยต้องปรับทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในด้านต่างๆ อย่างเช่น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีความสัมพันธ์กันในทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ที่จะนำไปสู่การจัดการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

โดยการวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงมรดกทางวัฒนธรรมเพราะนอกจากการท่องเที่ยวจะเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้นำเงินเข้าสู่ประเทศไทยแล้วการท่องเที่ยวยังก่อให้เกิดการสร้างอาชีพอีกด้วย ที่มาจากการท่องเที่ยว อย่างเช่น การผลิตหัตถกรรมพื้นบ้านหรือการให้บริการด้านต่างๆฉะนั้นแล้วการท่องเที่ยวจึงมีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดการผลิตและการนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งปัจจุบันมีการแข่งขันอย่างรุนแรงประเทศไทยจึงควรส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยให้ความสำคัญกับการในการใช้วัฒนธรรม มาเป็นจุดเด่นในการแข่งกับแหล่งท่องเที่ยวจากทั่วโลก ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดของการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน คือการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและการส่งเสริมการท่องเที่ยวในการร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรต่างๆรวมทั้งชุมชนด้วย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนนอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดการโครงสร้างองค์กรและการจัดการที่เหมาะสมต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ควรจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอีกด้วย และนอกจากนี้ควรจะมีการ พัฒนา บูรณะ ฟื้นฟูมรดกโดยการส่งเสริมบทบาทการมีส่วนร่วม และการเพิ่มความหลากหลายของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวศิลปะ การท่องเที่ยววัฒนธรรมเมือง และการท่องเที่ยววัฒนธรรมชนบทการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกรวมทั้งการส่งเสริมความเชื่อมโยง ความร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่นและประชาชนในชุมชนเพื่อที่จะสร้างกิจกรรมท่องเที่ยวพัฒนาคุณภาพการบริการท่องเที่ยว รวมถึงการประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวท้องถิ่นในรูปแบบต่างๆ

ดังนั้นนอกจากการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจะสามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระดับประเทศและระดับภูมิภาคแล้ว การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสืบทอดวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป อีกทั้งยังสร้างรายได้และการจ้างงานให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมากด้วย

Posted in ธุรกิจ | Tagged , | Comments Off

การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในเมืองไทยนั้นมีรสนิยมที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวแบบไหน แหล่งท่องเที่ยวใดที่สนใจ เราจะเห็นได้ว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายหลากหลายภาษาเดินอยู่ทั่วในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น นักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ชาวยุโรป ที่ชอบมาเที่ยวในเมืองไทย โดยการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติจะขึ้นอยู่กับเทศกาลต่างๆ ซึ่งก็จะแตกต่างกันออกไปตามช่วงเวลา

ในด้านของรสนิยมนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป เช่น ชาวเอเชียนิยมท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ เช่น ชายทะเล ภูเขา ป่า เป็นต้น ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกนั้นจะมีทั้งกลุ่มที่สนใจธรรมชาติ และกลุ่มที่สนใจในวัฒนธรรมของคนในเมือง เช่น ชาวเยอรมัน กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะรักสงบ ชอบชื่นชมความงามของธรรมชาติ ซึ่งประเภทการท่องเที่ยวจะเป็นแนวการเดินป่า น้ำตก และสำรวจถ้ำตามที่ต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวสเปน จะเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบประเพณีดั้งเดิมของไทย วัดหรือพิพิธภัณฑ์จึงเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้มาก เราอาจกล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน เพื่อการหาประสบการณ์หรือพบปะผู้คนในต่างแดน ดังนั้นการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นกิจกรรมแนวธรรมชาติ และประเพณีไทยดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย จึงได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติไม่น้อย

สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลก็เป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาตินิยมไม่แพ้กัน แหล่งท่องเที่ยวทางตะวันออก เช่น เกาะเต่า เกาะช้าง อ่าวคุ้งกระเบน หาดเจ้าหลาว เป็นต้น ส่วนด้านฝั่งอันดามันก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน เช่น เกาะลันตา เกาะพีพี เป็นต้น นักท่องเที่ยวจะมาท่องเที่ยวในสถานที่นี้มากในช่วงเดือนตุลาคม – มีนาคม และช่วงเดือนพฤษภาคม – กันยายน จะเป็นช่วงที่เกิดมรสุมทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวน้อย

ธุรกิจนำเที่ยวต่างๆก็มีส่วนสำคัญในการให้ข้อมูลแก่ลูกค้าให้ทราบข้อมูลสถานที่และแหล่งที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามได้อย่างสะดวก และเลือกโปรแกรมการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้คนไทยเองก็ควรมีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ให้ต่างชาติได้เห็นถึงความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในประเทศไทย และควรเป็นหูเป็นตาให้กันในกาคุ้มครองและรักษาทรัพย์สินของชาวต่างชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น

Posted in ธุรกิจ | Tagged , | Comments Off

ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันเติบโตอย่างต่อเนื่อง

10

จังหวัดภูเก็ตมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายและหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นคือชายหาดต่างๆ เช่น หาดป่าตอง หาดกะรน หาดกะตะ หาดกมลา ฯลฯนอกจากนี้ยังมีเกาะใหญ่น้อยต่างๆ รอบภูเก็ต เช่น เกาะไม้ท่อน เกาะราชา เกาะรัง เกาะเฮ เกาะสิเหร่ เป็นต้น รวมทั้งมีน้ำตกบางแป น้ำตกกะทู้ และน้ำตกโตนไทรด้วยสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์และศาสนสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคาคีรี วัดฉลอง ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ภูเก็ตแฟนตาซี พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ภูเก็ต ฯลฯ

แหลมพรหมเทพเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของภูเก็ต อยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นยังมี “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ”  สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร สูง 50 ฟุต และแสงไฟจากโคมไฟจะมองเห็นไกลถึง 39 กิโลเมตร   ภายในประภาคารมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณ และแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก จากบนยอดของประภาคารยังเป็นจุดชมวิว หาดป่าตองห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงคราม หรือ ทางหลวงหมายเลข 4020 ไป 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4029 ไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นอ่าวที่มีความโค้งมาก หาดทรายงดงามเป็นแนวยาว 9 กิโลเมตร น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำ บริเวณหาดมีที่พัก บริษัทนำเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน

Posted in ธุรกิจ | Tagged | Comments Off