การแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในเมืองไทยนั้นมีรสนิยมที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวแบบไหน แหล่งท่องเที่ยวใดที่สนใจ เราจะเห็นได้ว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมายหลากหลายภาษาเดินอยู่ทั่วในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น นักท่องเที่ยวชาวเอเชีย ชาวยุโรป ที่ชอบมาเที่ยวในเมืองไทย โดยการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติจะขึ้นอยู่กับเทศกาลต่างๆ ซึ่งก็จะแตกต่างกันออกไปตามช่วงเวลา

ในด้านของรสนิยมนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป เช่น ชาวเอเชียนิยมท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ เช่น ชายทะเล ภูเขา ป่า เป็นต้น ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกนั้นจะมีทั้งกลุ่มที่สนใจธรรมชาติ และกลุ่มที่สนใจในวัฒนธรรมของคนในเมือง เช่น ชาวเยอรมัน กลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะรักสงบ ชอบชื่นชมความงามของธรรมชาติ ซึ่งประเภทการท่องเที่ยวจะเป็นแนวการเดินป่า น้ำตก และสำรวจถ้ำตามที่ต่างๆ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวสเปน จะเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบประเพณีดั้งเดิมของไทย วัดหรือพิพิธภัณฑ์จึงเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ได้มาก เราอาจกล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน เพื่อการหาประสบการณ์หรือพบปะผู้คนในต่างแดน ดังนั้นการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นกิจกรรมแนวธรรมชาติ และประเพณีไทยดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย จึงได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติไม่น้อย

สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลก็เป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาตินิยมไม่แพ้กัน แหล่งท่องเที่ยวทางตะวันออก เช่น เกาะเต่า เกาะช้าง อ่าวคุ้งกระเบน หาดเจ้าหลาว เป็นต้น ส่วนด้านฝั่งอันดามันก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน เช่น เกาะลันตา เกาะพีพี เป็นต้น นักท่องเที่ยวจะมาท่องเที่ยวในสถานที่นี้มากในช่วงเดือนตุลาคม – มีนาคม และช่วงเดือนพฤษภาคม – กันยายน จะเป็นช่วงที่เกิดมรสุมทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวน้อย

ธุรกิจนำเที่ยวต่างๆก็มีส่วนสำคัญในการให้ข้อมูลแก่ลูกค้าให้ทราบข้อมูลสถานที่และแหล่งที่พัก นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามได้อย่างสะดวก และเลือกโปรแกรมการท่องเที่ยวได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้คนไทยเองก็ควรมีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ ให้ต่างชาติได้เห็นถึงความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในประเทศไทย และควรเป็นหูเป็นตาให้กันในกาคุ้มครองและรักษาทรัพย์สินของชาวต่างชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น

Posted in ธุรกิจ | Tagged , | Comments Off

ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันเติบโตอย่างต่อเนื่อง

10

จังหวัดภูเก็ตมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีชื่อเสียงมากมายและหลากหลายรูปแบบ โดยมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นคือชายหาดต่างๆ เช่น หาดป่าตอง หาดกะรน หาดกะตะ หาดกมลา ฯลฯนอกจากนี้ยังมีเกาะใหญ่น้อยต่างๆ รอบภูเก็ต เช่น เกาะไม้ท่อน เกาะราชา เกาะรัง เกาะเฮ เกาะสิเหร่ เป็นต้น รวมทั้งมีน้ำตกบางแป น้ำตกกะทู้ และน้ำตกโตนไทรด้วยสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์และศาสนสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคาคีรี วัดฉลอง ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ย อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ภูเก็ตแฟนตาซี พิพิธภัณฑ์เปลือกหอย สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สวนสัตว์ภูเก็ต ฯลฯ

แหลมพรหมเทพเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของภูเก็ต อยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นยังมี “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ”  สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี  มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร สูง 50 ฟุต และแสงไฟจากโคมไฟจะมองเห็นไกลถึง 39 กิโลเมตร   ภายในประภาคารมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณ และแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก จากบนยอดของประภาคารยังเป็นจุดชมวิว หาดป่าตองห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงคราม หรือ ทางหลวงหมายเลข 4020 ไป 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4029 ไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นอ่าวที่มีความโค้งมาก หาดทรายงดงามเป็นแนวยาว 9 กิโลเมตร น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำ บริเวณหาดมีที่พัก บริษัทนำเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน

Posted in ธุรกิจ | Tagged | Comments Off

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดในยุคการค้าเสรี

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 นี้ ทำให้ประชาชน และภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งปรับตัว รวมไปถึงการเรียนรู้ด้านภาษา วัฒนธรรมของประเทศเพื่อนเบ้านในกลุ่มอาเซียนให้มากขึ้น เพื่อเป็นการเปิดโลกให้กว้างเพื่อต้อนรับประเทศต่างๆ และเป็นการเริ่มต้นในการเตรียมความพร้อมให้เข้าสู่ยุคอาเซียน

bihors.org

การเปิดประเทศเสรีและให้การบริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวที่อยู่ภายใต้กรอบของอาเซียนทำให้ในอนาคตเป็นไปได้สูงว่าจะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น เพราะได้มีการเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น คู่แข่งรายต่างๆเข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดในด้านการท่องเที่ยวที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นมากตามแนวโน้มความเป็นไปทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆปีจะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่ดีในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวในสถานที่ต่างๆ จนเกิดเป็นกระแสความนิยมของชาวต่างชาติ

ประเทศมาเลเซีย ลาว และสิงค์โปร มีความนิยมที่จะมาเที่ยวในเมืองไทยมากที่สุด จากจำนวนประเทศอาเซียน และเห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยวมีจำนวนมากขึ้นในทุกๆปี สำหรับด้านการบริการการท่องเที่ยวของไทยนั้นนับว่ามีศักยภาพค่อนข้างสูง ทั้งในส่วนของความพร้อมในการให้บริการแก่ชาวต่างชาติ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว ซึ่งการเปิดการค้าเสรีจะช่วยในการสนับสนุนให้ตลาดการท่องเที่ยวของไทยไปในทิศทางที่ดีขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการใช้บริการที่พักที่เป็นเครือข่ายให้กับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาในไทย ทำให้เกิดการกระจายไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากขึ้นตามมา

นักธุรกิจในไทยควรเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปิดการค้าเสรี และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด รวมทั้งประชาสัมพันธ์ทางด้านการตลาด ไม่ว่าจะเป็นแนะนำสาถนที่ท่องเที่ยวให้กับชาวต่างชาติ จัดโปรโมชั่นให้กับนักท่องเที่ยว และที่ขาดไม่ได้คือวัฒนธรรมที่งดงามของไทย ความมีอัธยาศัยดี การมีประวัติศาสตร์ รสชาติของอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และใช้เทคโนโลยีในการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น รวมทั้งเว็บไซต์ให้มีเว็บบอร์ดเพื่อให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว รวมทั้งใช้ช่องทางนี้ให้นักท่องเที่ยวได้แชร์ประสบการณ์ร่วมกัน จากที่กล่าวมาเป็นการทำการตลาดที่น่าสนใจเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจทางด้านนี้นำไปใช้เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้ดียิ่งขึ้นจากเดิม

Posted in ธุรกิจ | Tagged | Comments Off

ธุรกิจแนะนำการท่องเที่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือเรียกง่าย ๆ ว่าภาคอีสานที่เรารู้จักคุ้นเคยนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น ภูเขา ทะเล น้ำตก หรือ วัดต่าง ๆ ซึ่งสถานที่ ๆ ที่ดิฉันเลือกที่จะแนะนำให้ทุก ๆ คนรู้จักกันก็คือ “วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร” หรือ ที่รู้จักทั่วไปคือ “วัดโพธิ์” ซึ่งเป็นสถานที่ ๆ อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร และที่สำคัญนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้นก็มาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยเรามากขึ้นเพราะประเทศไทยเราเปรียบเหมือนเป็น “สยามเมืองยิ้ม” ซึ่งมีขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมประเพณีไทยแต่ละภาคแต่ละจังหวัดที่แตกต่างกันไป
20110106105004
การท่องเที่ยวไทยถือได้ว่าเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั่วโลกและการมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากมายหลายแห่งเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทว่าในปัจจุบันกลับต้องเผชิญกับบททดสอบที่หนักหนาสาหัส ในด้านความสามารถในการแข่งขัน อันเนื่องมาจากความไม่มั่นคงในสถานการณ์ต่างๆ นั่นเอง

การท่องเที่ยวที่ถูกและคุ้มค่ากว่าเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านกว่า 20% ประกอบกับความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวในไทยที่นักท่องเที่ยวเต็มใจจ่ายสำหรับค่าที่พักมากกว่าเกือบเท่าตัวเทียบกับการเที่ยวที่อื่น (Thailand premium) ทำให้การท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่งและฟื้นตัวกลับมาได้เสมอ เราคาดว่าการท่องเที่ยวไทย จะสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้ประมาณ 8-10% และมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากเป็นประวัติการณ์ถึงราว 15 ล้านคน แต่หากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่รุนแรงขึ้น จะทำให้การท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวน้อยกว่าที่คาด ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและความยืดเยื้อของเหตุการณ์

สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคืออนาคตของการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว จากการวิเคราะห์เราพบว่าหากการท่องเที่ยวไทยซึ่งรวมถึงธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังทำทุกอย่างแบบเดิมๆ ต่อไปเรื่อยๆ หรือที่เราเรียกว่า business as usual นั้น คงไม่สามารถทำให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตกว่าในอดีตได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเชิงของจำนวนนักท่องเที่ยว รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือระยะเวลาที่พักอยู่ในเมืองไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่น่าจะรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉลี่ยร้อยละ 5% เช่นในอดีตที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าในปี 2020

นอกจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อให้รองรับการเติบโตระยะยาวแล้ว ประเทศไทยควรมุ่งเน้นอาศัยประโยชน์จากกระแสและแนวโน้มด้านการท่องเที่ยวต่างๆ แทนที่จะทำแบบไร้ทิศทาง ด้วยข้อได้เปรียบทางด้านแหล่งที่ตั้งที่ดี และสะดวกในการเชื่อมต่อกับภูมิภาค ทำให้ประเทศไทยอยู่ในฐานะที่จะตักตวงประโยชน์จากแนวโน้มด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ในอนาคตได้หลายอย่าง เช่น แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศในเอเชียแปซิฟิกกันเองมากขึ้น รวมไปถึงแนวโน้มความต้องการการท่องเที่ยวด้านกีฬากอล์ฟ สุขภาพ และการท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่เกษียณแล้ว

Posted in ธุรกิจ | Tagged , | Comments Off

อุตสาหกรรมและธุรกิจท่องเที่ยวทำรายได้ให้แก่ประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ธุรกิจกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง  พื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาเยือนท้องถิ่นของตน ในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ข่าวสารไร้พรมแดน การโฆษณาประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็นการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดรูปแบบการท่องเที่ยวให้สนองความต้องการของนักท่องเที่ยว และนำมาใช้ในการคำนวณต้นทุน กำไรในการจัดธุรกิจท่องเที่ยวได้อีกด้วย จากจำนวนของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้อุตสาหกรรมและธุรกิจท่องเที่ยวจัดเป็นธุรกิจประเภทหนึ่งที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศ แก่ผู้ประกอบการ แก่ท้องถิ่น ซึ่งทำให้มีผู้หันมาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ  จึงควรศึกษาเพื่อให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของธุรกิจประเภทนี้

20130625175053

การท่องเที่ยวถือได้ว่า เป็นเรื่องของ ความพึงพอใจของแต่ละบุคคล องค์การสหประชาชาติประกาศว่าการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งที่รัฐพึงสนับสนุน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไม่มีขีดจำกัดในเรื่องการผลิต เพราะไม่ต้องพึ่งดินฟ้าอากาศเหมือนการเกษตรอื่น ๆ ผลผลิตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่เสนอขายให้แก่นักท่องเที่ยว คือ ความสวยงามของธรรมชาติ หาดทราย ชายทะเล ป่าไม้ ภูเขา สภาพอากาศและสิ่งที่มนุษย์ก่อสร้างขึ้น เช่น พระบรมมหาราชวัง วัดวาอาราม โบราณสถาน อาคารบ้านเรือนในท้องถิ่น ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นรูปธรรมที่มีความยั่งยืนไม่ผันแปรหรือขึ้นอยู่กับสภาพฝนฟ้าอากาศดังเช่นการผลิตด้านเกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรมอื่น ไม่ต้องลงทุนเป็นจำนวนมาก ดังนั้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงได้รับการสนับสนุน และ หันมาใช้อุตสาหกรรมนี้เป็นประโยชน์เพิ่มเติมต่ออาชีพเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรมที่มีอยู่เดิม นับเป็นความได้เปรียบอย่างมากของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญในภาคต่างๆของประเทศไทย
ประเทศไทยมีพื้นที่ 513 ล้านตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นที่ 77 จังหวัด แบ่งออกเป็น 5 ภูมิภาค ประกอบด้วย
1. ภาคเหนือ มีพรมแดนติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยลาวและประเทศสหภาพเมียนมาร์ นอกจากจะมีธรรมชาติที่งดงามแล้ว ภาคเหนือตอนล่างยังเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่นับแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กาแพงเพชร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เนื่องจาก มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เป็นตัวแทนของศิลปกรรมสยามยุคแรกและเป็นต้นกำเนิดการสร้างประเทศ
2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 168,854.3 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม 1 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศ มีพรมแดนติดต่อกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของโลกและเป็นแหล่งที่มีโบราณวัตถุอันแสดงถึงวัฒนธรรมเก่าแก่ได้ชัดเจนสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นแหล่งวัฒนธรรม สังคม และวิวัฒนาการ ทางเทคโนโลยีมากว่า 5,000 ปี
3. ภาคกลาง ปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียงกรุงเทพมหานคร มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เช่น อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พระราชวังบางประอิน ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การล่องแพ น้าตก หินงอกหินย้อยตามพื้นที่ต่างๆ สะพานข้ามแม่น้าแคว จ.กาญจนบุรี
4. ภาคตะวันออก นับตั้งแต่จังหวัดชลบุรีไปจนถึงจังหวัดตราด เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งประเภทป่าเขา น้ำตก ส่วนแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เริ่มจากบางแสน พัทยา จังหวัดชลบุรี
5. ภาคใต้ ภูมิประเทศเป็นคาบสมุทรระหว่างทะเลอันดามัน และมหาสมุทรอินเดีย หรืออ่าวไทยมีพื้นที่ 70,715.2 ตารางกิโลเมตร เกือบทุกจังหวัดมีอาณาเขตส่วนใดส่วนหนึ่งติดต่อกับทะเล (ยกเว้นยะลาเป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล)

Posted in ธุรกิจ | Tagged , | Comments Off